
ทำไมการใช้ลมร้อนถึงไม่ได้ผลกับผ้าที่มีความหนาหลายชั้น (และทำไมรังสีอินฟราเรดถึงได้ผลจริงๆ) เคยลองใช้ลมร้อนเพื่อให้ผ้าที่มีความหนาหลายชั้นร้อนขึ้นไหม? มันเป็นเรื่องยากมากเลยครับ ลมร้อนไม่สามารถนำความร้อนเข้าไปในผ้าได้เลย เพราะอากาศเป็นตัวนำความร้อนที่แย่มาก ในระบบการถ่ายเทความร้อนแบบปกติ ความร้อนจะถูกส่งไปยังส่วนนอกของผ้าก่อน จากนั้นก็ต้องรอให้ความร้อนค่อยๆ แพร่เข้าไปในส่วนกลางของผ้า ปัญหาก็คือ เมื่อความร้อนเข้าถึงส่วนกลางของผ้าแล้ว พื้นผิวของผ้าก็มักจะถูกเผาไหม้ไปก่อน มันเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดมาก และยังทำให้วัสดุที่มีราคาแพงเสียหายอีกด้วย นี่คือเคล็ดลับในการทำให้มันได้ผลดีขึ้น แทนที่จะใช้ลมร้อน เราใช้รังสีอินฟราเรดแทน รังสีอินฟราเรดคือคลื่นพลังงานที่มองไม่เห็น ซึ่งสามารถเจาะเข้าไปในชั้นต่างๆ ของผ้าได้เลย เมื่อความยาวคลื่นเหมาะสม รังสีอินฟราเรดจะไปกระทบกับพันธะโมเลกุลในผ้า ทำให้โมเลกุลสั่นสะเทือน มันก็เหมือนกับเตาไมโครเวฟสำหรับผ้านั่นเอง ความร้อนจะเริ่มเกิดขึ้นจากภายในวัสดุเลย ไม่ต้องรอให้ความร้อนแพร่เข้ามาจากภายนอกอีกต่อไป และไม่มีปัญหาเรื่องความล่าช้าในการถ่ายเทความร้อนอีกด้วย นอกจากนี้ ยังรวดเร็วมากอีกด้วย เพราะรังสีอินฟราเรดสามารถส่งพลังงานได้มากในพื้นที่หนึ่งตารางนิ้ว คุณจึงสามารถทำให้ผ้าร้อนขึ้นได้ภายในไม่กี่วินาที ซึ่งแตกต่างจากเตาอบที่ใช้ลมร้อน ซึ่งต้องใช้ลมจำนวนมาก และใช้เวลานานมากกว่าจะทำให้ส่วนกลางของผ้าร้อนขึ้นได้ นอกจากนี้ ยังช่วยให้โรงงานมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้นอีกด้วย คุณไม่จำเป็นต้องมีห้องขนาดใหญ่หรือเครื่องอัดอากาศขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่ไปครึ่งหนึ่งของโรงงานอีกต่อไป ขนาดของเครื่องก็จะเล็กลงด้วย แต่รอก่อน… มันไม่ใช่เรื่องมหัศจรรย์หรอกนะ มีข้อจำกัดอยู่บ้าง หากผ้ามีชั้นป้องกันหรือชั้นโลหะอยู่ รังสีอินฟราเรดก็จะสะท้อนกลับมาเลย พื้นผิวของผ้าจะดูปกติ แต่ส่วนกลางของผ้ายังคงเย็นอยู่ นั่นคือเหตุผลที่ต้องเลือกความยาวคลื่นที่เหมาะสม บางครั้งความยาวคลื่นสั้นอาจไม่เพียงพอ คุณจึงต้องเปลี่ยนมาใช้ความยาวคลื่นกลางแทน เพื่อให้พลังงานสามารถเข้าไปในเส้นใยของผ้าได้จริงๆ หากคุณเลือกความยาวคลื่นผิด ก็เท่ากับว่าคุณกำลังจ่ายเงินไปกับหลอดไฟราคาแพงโดยเปล่าประโยชน์ แต่ถ้าเลือกความยาวคลื่นได้ถูกต้อง ทุกอย่างก็จะดีขึ้นทันที